วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

“ทานตะวันยักษ์” แลนด์มาร์คใหม่อำเภอเบตง



         นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ต่างเดินทางเข้ามาสัมผัสความสวยงามของดอกทานตะวันยักษ์ สีเหลืองอร่าม ออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยงาม โดดเด่นเต็มด้านหน้าและสองฝั่งข้างทางเข้า-ออก ที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไว้รองรับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไป-มา เก็บภาพความประทับใจ ความสวยงามของดอกทานตะวันลงโซเชียลมีเดีย

         นายวิรัตน์ แซ่ตัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาได้ไปทัศนศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ไปพักที่ม่อนแจ่ม ทางรีสอร์ท ได้ปลูกดอกทานตะวันไว้เยอะมากดูแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะเอามาปลูกที่เบตงจะสวยและดอกใหญ่เท่ากับที่เชียงใหม่ไหม ก็เลยขอซื้อเมล็ดพันธุ์มาทดลองปลูกที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบล แล้วปรากฏว่าดอกใหญ่และสวยงามไม่แพ้ที่เชียงใหม่เลย จนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและมาเลเซีย กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอเบตง ที่นักท่องเที่ยวต่างพากันถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างคึกคัก

      นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือชาวบ้านในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวไม่ให้เด็ด หรือถอนต้นทานตะวัน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย นักท่องเที่ยวจะได้ถ่ายรูปคู่กับดอกทานตะวันได้นาน ๆ ให้สมกับคำขวัญอำเภอเบตงที่ว่า เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน


-----------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

199 ปี สืบสานตำนานกระถางธูป-เกี๊ยวปักดิน เป็นมรดกอันทรงคุณค่าของชาวสายบุรี



        ที่ศาลเจ้าจ่ายเฮงเกียง (เล่าเอี๊ยะก๋ง) ตลาดสายบุรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง  ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน 199 ปี สืบสานตำนานกระถางธูป เกี๊ยวปักดิน โดยศาลเจ้าจ่ายเฮงเกียง (เล่าเอี๊ยะก๋ง) ตลาดสายบุรี และอำเภอสายบุรี จัดขึ้นเพื่อสืบสานวิถีวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนที่เป็นมรดกอันทรงคุณค่าของชาวอำเภอสายบุรี อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นำมาซึ่งความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่ดีงามของชุมชน โดยครั้งนี้มีนายสุเทพ แก้วประดิษฐ์  นายอำเภอสายบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตลอดจนประชาชนชาวสายบุรีเชื้อสายจีน เข้าร่วมจำนวนมาก

          นายสุเทพ แก้วประดิษฐ์  นายอำเภอสายบุรี เปิดเผยว่า คำว่า 199 ปี สืบสานตำนานกระถางธูปคือ กระถางรูปดีบุก ที่เป็นหลักฐานอันเก่าแก่ที่สุดที่กล่าวในสมัยบรรพบุรุษ ได้มีการไปอัฐเชิญกระถางธูปและไฟ จากเมืองจ่วนจิว ประเทศจีน เป็นกระถางธูปที่ประดับด้วยเครื่องเคลือบ ซึ่งมีข้อมูลทางสถาปัตยกรรมว่าถูกสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เช่นเดียวกับพระปรางค์วัดอรุณฯ บนกระถางธูปมีอักษรจีนเขียนไว้ว่า มอบให้ในรัชศก เต้ากวง ซึ่งอยู่ในช่วง พ.ศ. 23642393 และคำว่า เกี้ยวปักดิน เป็นลักษณะของการหามเกี้ยวพระออกจากศาลเจ้า ไปเยี่ยมเยือนลูกหลานเมื่อท่านมีความพึ่งพอใจ เกี้ยวจะโยกและปักลงดิน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด จึงกลายมาเป็นงาน 199 ปี สืบสานตำนานกระถางธูป เกี้ยวปักดินจากอดีต จนถึงปัจจุบัน เพื่อปลูกฝังคุณค่าแห่งวิถีวัฒนธรรมสู่เยาวชนให้เกิดความรักความอบอุ่นในครอบครัว พร้อมเป็นพลังที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าแห่งการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามที่อยู่ในชุมชนชายแดนภาคใต้ต่อไป

       ทั้งนี้ ภายในกิจกรรมมีการแห่องค์เทพเจ้าไฉ่ชิงเอี้ย การแสดงสิงโต และการแสดงมังกรทอง รวมถึงการแสดงบนเวทีจากคณะต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ประชาชนที่เข้าร่วมงาน ได้รับชมอย่างมีความสุขตลอดทั้งงานอีกด้วย




 ------------------------

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

5 น้ำตกต้องห้าม(พลาด)ในพื้นที่ จชต.



          วันนี้จะพาทุกคนไปเที่ยวน้ำตกกัน เราจะรู้กันดีว่าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่ครอบคลุมด้วยธรรมชาติและยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ มีภูเขาที่เรียงราย มีสัตว์ป่าที่หายาก มีพื้นป่าฮาบา-บาลาที่เปรียบเสมือน อเมซอนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ซึ่งแน่นอนว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมธรรมชาติที่สวยงามนี้ตลอดทั้งปี และสิ่งหนึ่งที่ควบคู่กับธรรมชาติที่สวยงามที่ขาดไม่ได้ก็คือ น้ำตก ซึ่งน้ำตกถือเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนกายผ่อนใจให้แก่นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ โดยน้ำตกในสามจังหวัดชายแดนใต้นั้นมีมากมายหลายแห่งด้วยกัน แต่วันนี้เราจะพาทุกคนได้ชม 5 น้ำตกที่น่าไปโดดเล่นกัน จะมีที่ไหนกันบ้างนั้น ตามไปกันเลย

น้ำตกทรายขาว ตั้งอยู่ที่ ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี น้ำตกทรายขาวถือว่าเป็นน้ำตกที่คนไปมากที่สุดในปัตตานี เพราะว่าเป็นน้ำตกที่สวย น้ำใสสะอาดมาก น้ำใสจนเห็นปลาซึ่งปลาจะชุมมากใครมาปัตตานีต้องไม่พลาด น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาใหญ่ และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นพื้นที่เป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด สามารถเล่นน้ำและฟังนกร้องได้พร้อมกันเลยทีเดียว

น้ำตกธารโต ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 56 กิโลเมตร น้ำตกธารโตที่มีความสูงถึง 9 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 20 เมตร ไหลลดหลั่นต่อเนื่องกันลงมาตามซอกหิน และทุกชั้นมีทางเดินเท้าสามารถเดินชมความงามได้สบาย ๆ ทั้งนี้ยังเหมาะแก่การดูนกหลายชนิดอีกด้วย ในบริเวณน้ำตกชั้นที่ 3-5 เราจะได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจในศาลาพักเพื่อชมความงามของน้ำตกและผืนป่า ส่วนชั้นที่ 9 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดนั้น สายน้ำจะไหลตกจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตรเลยทีเดียว ทั้งนี้ยังเหมาะแก่การดูนกหลายชนิดอีกด้วย

น้ำตกละอองรุ้ง อยู่ที่ตำบลถ้ำทะลุ อำเภอบันนังสตา ห่างจากตัวเมืองยะลาไปตามถนนสายยะลา-เบตง กิโลเมตรที่ 47-48 เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 7 ชั้น มองเห็นเป็นทางน้ำที่ไหลลดหลั่นมาจากภูเขาสูง มีแอ่งน้ำซึ่งสามารถเล่นน้ำได้ โดยรอบร่มรื่นไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจมากมายรวมทั้งต้นศรียะลา หรืออโศกเหลือง ซึ่งจะออกดอกชูช่อสีเหลืองสวยงามในราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

น้ำตกปาโจ ตั้งอยู่ที่บ้านปาโจ ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาสเป็นน้ำตกใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี มีความสูงประมาณ 60 เมตร มีทางขึ้นไปสู่ต้นน้ำเป็นชั้นๆ รวม 9 ชั้น นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและสวยงามแห่งหนึ่งของภาคใต้ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน แห่งชาติบูโด สุไหงปาดี นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้วยังมีจุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของน้ำตกแห่งนี้คือการมี ใบไม้สีทองหรือ ย่านดาโอ๊ะ พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในโลกที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ใบไม้สีทอง ที่มีสีทองหรือสีทองแดงเหลือบรุ้งเป็นประกายงดงามทั้งใบ ในยามต้องแสงอาทิตย์ สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล มันสวยงามมากจริงๆ

น้ำตกสิรินธร ตั้งอยู่ที่ ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เป็นสายน้ำตกที่ค่อย ๆ ไหลลดหลั่นกันมาตามแนวป่า ผ่านผาหินน้อยใหญ่ แต่ละชั้นมีลานหินเป็นแอ่งรองรับน้ำให้สามารถเล่นน้ำและนั่งผักผ่อนได้ ซึ่งแต่ละชั้นน้ำตกก็มีความสวยงามลักษณะแตกต่างกันไป เป็นพื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ทำให้น้ำตกแห่งนี้มีน้ำที่ใสและไม่เคยแห้งขอดแบบนี้ตลอดทุกฤดู
          เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับ 5 สุดยอดน้ำตกใน3จังหวัดชายแดนใต้ เคยไปที่ไหนกันมาบ้าง? สำหรับใครที่อยากแนะนำน้ำตกว่ามีที่ไหนบ้าง? แนะนำบอกเราได้ เดี๋ยวพวกเราจะไปรีวิวมาฝากครับ.
——————————–
Cr. สำนักอุทยานแห่งชาติ

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

“ส้มโชกุน” สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน



        ที่สวนดาวทอง หมู่ที่ 5 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นสวนส้มโชกุนแท้ ของนายสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ เกษตรหนุ่มรุ่นใหม่ และยังเป็นประธานกลุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อ.เบตง จ.ยะลา ที่ได้พลิกฟื้นพื้นที่จำนวนกว่า 25 ไร่ ปลูกส้มโชกุนเบตงกว่า 1,500 ต้น ด้วยนวัตกรรมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์ส้มโชกุนเบตงแท้ ให้เป็นผลไม้ประจำถิ่น และยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น


        นายสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีส้มโชกุนแท้ที่สวนจะขายดีเป็นพิเศษจนเก็บไม่ทัน ลูกค้าทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่จะมารอรับซื้อถึงที่หน้าสวน ทั้งนี้เพราะส้มโชกุน ที่ปลูกปลอดภัยจากสารเคมี และส้มจะมีรสหวานพร้อมทั้งเนื้อไม่แข็ง และราคาหน้าสวนก็ไม่สูงมาก ช่วงนี้ราคาตั้งแต่ 80-200 บาทตามเกรดและขนาดของส้ม ลูกค้าที่เป็นแม่ค้าจะนำไปขายต่อก็จะได้กำไรดี ลูกค้าส่วนใหญ่เลยติด ล่าสุดขณะนี้ต้องเก็บส่งลูกค้าทุกวันเฉลี่ยวันละ 3,000 กิโลกรัม

          นายสมชาย ยังเล่าด้วยว่า ในอดีตนั้นส้มโชกุนเบตงนับเป็นผลไม้ประจำท้องถิ่น ประจำอำเภอเบตง ที่ขึ้นชื่อ แต่ย้อนกลับไปประมาณ 6-7 ปี เกษตรกรที่ปลูกส้มโชกุนเบตง ต้องประสบปัญหาราคาส้มโชกุนตกต่ำ และสวนทางต่อต้นทุนในการผลิตดูแลที่มีค่อนข้างสูง ทำให้ส้มโชกุนเบตงมีผู้ปลูกลดน้อยลงไป จากที่เคยมีพื้นที่ปลูกส้มโชกุนอยู่ 3-4 พันไร่ แต่ในปัจจุบันนั้นเหลือไม่ถึง 1 พันไร่ อีกทั้งการทำสวนส้มโชกุนนั้น เกษตรกรเองต้องมีการดูแลใส่ใจเป็นอย่างมาก เกษตรกรบางรายหันไปปลูกพืชผลประเภทอื่นๆ จึงทำให้ส้มโชกุนเบตงมีจำนวนลดน้อยลงไป ตนเองจึงได้คิดพลิกฟื้นพื้นที่สวนที่มีอยู่มาปลูกส้มโชกุนเบตง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ส้มโชกุนเบตง ให้เป็นผลไม้ของดีประจำถิ่น
         ทั้งนี้ พื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกส้มโชกุน ทั้งสภาพดิน และสภาพอากาศ จุดเด่นของส้มโชกุนเบตงแท้นั้น เวลารับประทานเมื่อแกะเปลือกผลส้มออก ส้มจะมีกลิ่นหอม เปลือกร่อน สีสันของเนื้อส้มจะมีสีส้มอมแดง ส่วนรสชาติก็จะออกเปรี้ยวอมหวาน ถือเป็นจุดเด่นของส้มโชกุนเบตงแท้ จากพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลานายสมชาย กล่าว


       สำหรับส้มโชกุนเบตงของสวนดาวทองแห่งนี้ ต้นส้มมีอายุประมาณ 5 – 6 ปี ในช่วงนี้ส้มได้ให้ผลผลิต ในช่วงเทศกาลตรุษจีนพอดีจึงทำให้ปีนี้มีออเดอร์ สั่ง จาก พ่อค้า แม่ค้าเฉพาะในพื้นที่จังหวัดยะลา แล้วกว่า 3,000 กก. ทั้งนี้ เพื่อนำไปวางจำหน่ายให้แก่ประชาชนเชื้อสายจีนที่นิยมใช้ส้มโชกุนไหว้เจ้า ซึ่งคาดว่าจะจำหน่ายได้ดีเนื่องจากส้มโชกุนจะมีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าชนิดอื่น สนใจติดต่อได้ทาง เบอร์มือถือ 089-7764107 เฟสบุ๊ค:สมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ Line ID:chaibetong1972



----------------------------------

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เที่ยวป่าโกงกาง ลอดอุโมงค์ สัมผัสวิถีชีวิตคน “บางปู”



ประวัติความเป็นมา
          ตำบลบางปูเล่ากับว่าหมู่บ้านแห่งนี้เดิมๆ (อ่าว) ในทะเลมีปลาชุกชุม ชาวบ้านจะประกอบอาชีพประมงน้ำตื้น ทุกครอบครัวจะมีเรือและเครื่องจับปลา ลักษณะเดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่ และบางปูได้เปลี่ยนแปลงฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตำบลบางปูตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาล เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่16 ตอน ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานีพื้นที่ประมาณ 4.90 ตารางกิโลเมตร โดยฐานะจากสุขาภิบาลบางปู เป็นเทศบาลตำบลบางปู ราษฎรส่วนใหญ่ร้อยละ 99 เป็นชาวไทยนับถือศาสนาอิสลาม มีถนนสายหลักตัดผ่านในเขตเทศบาล 2 สาย คือถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 คลองแงะ นราธิวาส และถนนทางหลวงแผ่นดอนสายเอเชีย (สายเกาหลี ) ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดปัตตานีประมาณ 15 กิโลเมตร

สภาพภูมิศาสตร์
การท่องเที่ยวบางปูตั้งอยู่ หมู่2 ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี    มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มดินปนทราย ทางตอนเหนือของพื้นที่ติดต่อกับอ่าวบางปูเหมาะสำหรับทำการประมงชายฝั่ง ช่วงน้ำทะเลหนุ่นน้ำจะทะลักเข้า ทำให้พื้นที่ในส่วนดังกล่าวมีน้ำท่วมอยู่ตลอดพื้นที่เป็นดินทราย เป็นที่ราบลุ่มและพื้นที่ติดกับทะเล สภาพชุมชนแออัด

วิถีชีวิต
คนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีอาชีพการประมง และวิถีชีวิตที่ติดทะเลทำให้คนส่วนเลือกอาชีพนี้เพื่อมาดำรงชีวิตเลี้ยงครอบครัว และคนส่วนใหญ่จะมีเรือเป็นของตัวเองเพื่อทำมาหากินหรือไปไหนมาไหน วิถีชีวิตที่ติดชายทะเลเป็นวิธีชีวิตที่น่าสนใจมาก สามารถหาอาหารสด ๆ จากทะเลมาทำอาหารได้โดยไม่ต้องซื้ออาหารที่ไม่ค่อยสดจากตลอด ทั้งนี้คนส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะดำรงอย่างนี้ต่อไปโดยไม่คิดที่จะย้ายถิ่นไปอยู่ที่อื่น ชุมชนท่องเที่ยวบางปู เป็นชุมชนประมงพื้นที่บ้านอาศัยบริเวณป่าชายเลนเป็นที่ทำกิน เป็นชุมชนมุสลิมทั้งหมดเดิมทำการประมงพื้นที่ประมาณ 70% เลี้ยงเป็ด 30% แต่ปัจจุบันอาชีพหลักค้าเสื้อผ้ามือสอง ยังคงเหลือประมงพื้นบ้านประมาณ 30% เป็นชุมชนไม่มีของมึนเมาแต่งกายสุภาพ เป็นต้น

ความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่
คนในพื้นที่เป็นชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ จะอยู่แบบวิถีชีวิตของชุมชนมุสลิม เป็นชุมชนที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก ทำให้ชาวบ้านมีความรักใคร่กันดี อยู่ชีวิตแบบเรียบง่าย อยู่อย่างสงบ และเป็นมิตรทีดีต่อกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีความพร้อมรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มและความจริงใจ มีอาหารพื้นเมืองที่รสชาติเป็นเลิศ เช่น ข้าวยำ ยำสาหร่าย ไส้กรอกเนื้อ

การร่วมกิจกรรม
การเป็นธรรมชาติของผู้คน ความเป็นกันเอง ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ้งกันและกัน มีความสามัคคี ความใสบริสุทธิ์ ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตน รวมถึงแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ที่จะปรับปรุงสภาพพื้นที่ให้รองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว โดยยึดความพึงพอใจของผู้มาเยี่ยมเยียนเป็นหลัก

แนวทางในการพัฒนาฐานทรัพยากรในพื้นที่
1.ไม่ทำการประมงที่ผิดต่อกฎหมายการทำประมง
2.รัฐวิสาหกิจชาวบ้าน และผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีการดูแลในเรื่องของขยะเช่นมีการเก็บขยะและสิ่งที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศในบริเวณรอบๆที่รับผิดชอบ
3.ดูแลในเรื่องของน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมรมที่ปล่อยน้ำเสียออกมาโรงงานสู่ทะเลและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบอ่าว
4.มีการจัดตั้งเครือข่ายในการดูแล จัดการ แก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ
5.มีการประสานงานของกลุ่มวิสาหกิจในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายเลน และบริเวณโดยรอบ
6.ปกป้องดูแล ทรัพยากรไม่ให้เกิดการบุกรุก ทำลายป่าชายเลนและได้มีการปลูกป่าให้มีจำนวนมากขึ้นด้วย
7.กรมการประมงได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของวิธีการเลี้ยงกุ้ง อย่างกุ้งแช่บ๊วย สัตว์น้ำต่างๆ และในเรื่องของอาหารปลา

ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่
1.ในอนาคตมีแนวคิดที่จะพัฒนาชุมชนบานาด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติโดยผ่านความร่วมมือของประชากรในหมู่1.ไม่ทำการประมงที่ผิดต่อกฎหมายการทำประมง
2.รัฐวิสาหกิจ ชาวบ้าน และผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีการดูแลในเรื่องของขยะเช่นมีการเก็บขยะและสิ่งที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศในบริเวณรอบๆ ที่รับผิดชอบ
3.ดูแลในเรื่องของน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำเสียออกมาโรงงานสู่ทะเลและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบอ่าว
4.มีการจัดตั้งเครือข่ายในการดูแล จัดการ แก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ
5.มีการประสานงานของกลุ่มวิสาหกิจในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายเลน และบริเวณโดยรอบ
6.ปกป้อง ดูแล ทรัพยากรไม่ให้เกิดการบุกรุก ทำลายป่าชายเลนและได้มีการปลูกป่าให้มีจำนวนมากขึ้นด้วย
7.กรมการประมงได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของวิธีการเลี้ยงกุ้ง อย่างกุ้งเเช่บ๊วย สัตว์น้ำต่างๆ และในเรื่องของอาหารปลา
ข้อเสนอแนะอยากให้ในชุมชนบานามีที่พักโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้าท่องเที่ยวในชุมชนและผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานพร้อมทั้งเรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมงริมชายฝั่ง








--------------------------------

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

“น้ำตกสิรินธร” 1 ใน 2 แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่นราธิวาส



         ที่น้ำตกสิรินธร บ้านบาลา หมู่ที่ 5 ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายบัญชา กันหาสินธุ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส นายชยุตม์ ชูดวง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอแว้ง และนายสุนทร โต๊ะดำ หัวหน้าโครงการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับป่า ภาคใต้ ร่วมลงพื้นที่สำรวจความพร้อมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่ใช้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

         สำหรับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ประกอบพิธีในพื้นที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ ๑ พิธีพลีกรรมตักน้ำเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 และครั้งที่ 2 พิธีพลีกรรมตักน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จังหวัดนราธิวาส 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 2 พฤศจิกายน 2550

            ทั้งนี้ แหล่งน้ำที่ใช้ในการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำ อยู่ในพื้นที่น้ำตกสิรินธร บ้านบาลา หมู่ที่ 5 ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งน้ำตกสิรินธร หรือชื่อเดิมว่า น้ำตกตอยือรา ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา บาลา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม และเป็นพื้นที่ป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเยี่ยมและพระราชทานนามน้ำตกแห่งนี้เป็น น้ำตกสิรินธร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2525 และยังทรงมีโครงการใช้สำรวจและรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับป่า ภาคใต้ ในพื้นที่ป่าแห่งนี้กว่า 200 ชนิด

         สำหรับแนวทางการบูรณะแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ซึ่งสภาพปัจจุบันของแหล่งน้ำมีความอุดมสมบูรณ์ใสสะอาด และไหลอยู่ตลอดเวลา จะมีการบูรณาการแหล่งน้ำให้คงอยู่ในสภาพที่ใสสะอาด โดยกำจัดวัชพืชตามแนวตลิ่งน้ำตกสิรินธร และสองข้างทาง ทางเข้าน้ำตกสิรินธร รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ซึ่งจะดำเนินการซ่อมแซมถนนทางเข้าน้ำตกสิรินธร ระยะทาง 400 เมตร ปรับภูมิทัศน์กำจัดวัชพืชริมถนนทางเข้าน้ำตกสิรินธร และก่อสร้างศาลาสื่อความหมายพิธีพลีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมบูรณ์และสมพระเกียรติที่สุด




--------------------------------