วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564

ผ้าไทยใส่ให้สนุก

       ลวดลายบนผ้าที่สวยงาม ลายปาเต๊ะ ลายไทย ลายประยุกต์ ล้วนแต่เป็นเอกลักษณ์ ทันที ได้เห็นจะรู้ถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล ได้ให้ชาวสตูลและผู้ที่สนใจอุดหนุนผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่นจังหวัดสตูล นางศุภมาส เหล็นเรือง พัฒนาการจังหวัดสตูล เล่าให้ทีมงานชีวิตดี๊ดีที่ชายแดนใต้ฟังว่า  กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา พระกรุณาประทานพระอนุญาตแบบลายมัดมี่ ชื่อลาย ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผ่านกรมการพัฒนาชุมชน และประทานอนุญาตให้กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ 

 

       โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้รับสนองพระกรุณาธิคุณ มอบแบบลายผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ไปสู่กลุ่มทอผ้าทุกกลุ่ม ทั่วภูมิภาคโดยจังหวัดสตูล มอบลายผ้า “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” แก่ผู้แทนกลุ่มทอผ้ากลุ่ม OTOP กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าในพื้นที่จังหวัดสตูล โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล ได้ส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มผลิตผ้าบาติก ภายในจังหวัดสตูล จำนวน 4 กลุ่ม เพื่อดำเนินการ ผลิตผ้าบาติก “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ของแต่ละกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสตูลบาติก อำเภอเมืองสตูล , กลุ่มปันหยาบาติก อำเภอละงู , กลุ่มควนขันบาติก อำเภอเมืองสตูล และกลุ่มโยซมาบาติกแฮนเพนท์ (โรงเรียนอนุบาลมะนัง) อำเภอมะนัง ซึ่งผ้าเหล่านี้ราคาไม่แพง ผ้าขนาด 2 หลา เริ่มต้นที่ 650 – 1,000 บาท แล้วแต่ลวดลายสำหรับประชาชนที่สนใจผลิตภัณฑ์ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สามารถสอบถามเพิ่มได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสตูล หรือเฟสบุ๊ค แฟนเพจ : มาตะ สโตย OTOP Satun หรือกลุ่มไลน์ : อนุรักษ์ผ้าไทย/ผ้าพื้นเมืองสตูล



วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564

จิตอาสายะลาร่วมเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม พัฒนาทำความสะอาดพระมหาเจดีย์ อ.เบตง จ.ยะลา

         

        นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง จังหวัดยะลา กิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสามัคคี และสร้างความเข้าใจอันดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน มีทัศนคติที่ดีในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เกิดความรักสามัคคีอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยมีจิตอาสาในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานพัฒนาทำความสะอาดโดยรอบของพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

         สำหรับการพัฒนาศักยภาพและสร้างความสัมพันธ์ของบุคลากรในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งจังหวัดยะลาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความแตกต่างทางด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและภาษาจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม รองลงมา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ โดยอาศัยอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งมาช้านาน โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะเกิดความภาคภูมิใจในสถาบันชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยตลอดจนมีทัศนคติที่ดีในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564

อำเภอเมืองปัตตานีเปิดจุดเคาน์เตอร์บริการอำเภอ..ยิ้ม ตลาดปัตตานีบาซาร์

         อำเภอเมืองปัตตานี ได้มีการเปิดสำนักทะเบียนอำเภอเมืองปัตตานี สาขาตลาดปัตตานีบาซาร์ หรือจุดเคาน์เตอร์บริการอำเภอ..ยิ้ม ตลาดปัตตานีบาซาร์ เพื่อบริการงานด้านบัตรประจำตัวประชาชน และงานทะเบียนราษฎรแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการ สำหรับงานบริการ ประกอบด้วย 


        1.การจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน

        2.การจัดทำทะเบียนคนเกิด ทะเบียนคนตาย และการย้ายที่อยู่ ซึ่งจะต้องเป็นการดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

        3.การคัดและรับรองสำเนาเอกสารทะเบียนราษฎร 


            นายอำเภอเมืองปัตตานี ได้กล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดจุดเคาน์เตอร์บริการอำเภอ..ยิ้ม ตลาดปัตตานีบาซาร์ นั้น จะมีการเปิดให้บริการเป็นประจำทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 18.00 น. ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายของอธิบดีกรมการปกครอง ที่มุ่งหวังให้ “ประชาชนทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น” พร้อมทั้ง เชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอเมืองปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง มาใช้บริการจุดเคาน์เตอร์บริการอำเภอ..ยิ้ม ตลาดปัตตานีบาซาร์ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2564

ปัญหายาเสพติด ภัยร้ายแรงในสังคมไทย

 

      ปัญหายาเสพติดเป็นภัยที่ร้ายแรงในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีการแพร่ระบาดและขยายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมากขึ้น โดยมีรูปแบบการแพร่กระจายที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งกลุ่มเยาวชนถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาสติดยาเสพติดมากกว่ากลุ่มคนกลุ่มอื่น เนื่องจากความอยากรู้อยากลอง และความคึกคะนองเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งสภาพแวดล้อม สื่อ และค่านิยมต่างๆ เป็นแรงผลักดัน ประกอบกับสถานการณ์ราคายาเสพติดที่ลดลง ส่งผลให้หาซื้อยาเสพติดประเภทต่างๆ ได้ง่าย

      แม้ที่ผ่านมาจะได้มีการกำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ แต่กลับพบว่าสถานการณ์เชิงตัวยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาสังคมขึ้นมามากมาย ทั้งปัญหาต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เสพ รวมถึงผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ ของประเทศชาติ

       ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ควรให้ความสำคัญในการแก้ปัญหายาเสพติดร่วมกัน ทั้งนี้แล้วไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกัน โดยสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1341 ตลอด 24 ชม. หรือ ตู้ ปณ.41 ปณจ.ยะลา 95000

"เดิน-วิ่งการกุศล คืนคนดีสู่สังคม” หารายได้เข้ากองทุนอาสาสมัครคุมประพฤติยะลา

       สำนักงานคุมประพฤติ จ.ยะลา ร่วมกับคณะกรรมการอาสาสมัครคุมประพฤติจัดกิจกรรม เดิน-วิ่งการกุศลเพื่อคืนคนดีสู่สังคม หารายได้เข้ากองทุนอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดยะลา ระยะทาง 6.5 กม. โดยมีนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.เขต 1 จ.ยะลา พรรคพลังประชารัฐและอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดยะลา เป็นประธานปล่อยขบวนเดิน-วิ่ง ร่วมกับนายอำเภอเมืองยะลา ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยะลา  จากจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ที่บริเวณหน้าสำนักงานคุมประพฤติยะลาไปตามเส้นทางที่กำหนดใช้ระยะทางการวิ่ง 6.5 กม.

       ซึ่งการเดินวิ่งครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมทั้งชายและหญิง อายุตั้งแต่ 19 ปี ไปจนถึง 50 ปีขึ้นไป สำหรับรางวัล ก็จะมีทั้งถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัล รวมทั้งของที่ระลึกมอบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่ตลอดเส้นทางการเดิน-วิ่ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา อำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยการดำเนินการเป็นไปตามมาตรการการป้องกันโควิด-19

       นายอดิศร สาและ ประธานคณะกรรมการอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดยะลา กล่าวว่าสืบเนื่องจากคณะกรรมการอาสาสมัครคุมประพฤติได้มีการจัดกิจกรรมหารายได้เข้ากองทุนอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดยะลาอย่างต่อเนื่อง และในปัจจุบันยังมีแผนงานที่จะดำเนินโครงการอีกหลายโครงการซึ่งแต่ละโครงการล้วนมีความสำคัญต่อการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด แต่เงินกองทุนอาสาสมัครคุมประพฤติที่มีคงเหลือไม่เพียงพอต่อการดำเนินการดังกล่าว คณะกรรมการอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดยะลา และอาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดยะลา  จึงได้จัดโครงการ เดิน - วิ่งการกุศล เพื่อ "คืนคนดี สู่สังคม" ดังกล่าวขึ้น เพื่อหารายได้เข้ากองทุนอาสาสมัครคุมประพฤติเพื่อนำไปใช้ในการแก้ไขฟื้นฟูและช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้กระทำผิด ต่อไป

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564

ยาเสพติดภัยร้ายใกล้ตัว!!!

       ท่านทราบหรือไม่ว่า... หากมีผู้เสพผู้ติดยาเสพติดเพียงแค่ 1 คน ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาแก่คนในหมู่บ้าน-ชุมชนได้ ยาเสพติดจึงเป็นภัยร้ายที่อาจใกล้ตัวมากกว่าที่คิด และไม่ใช่แค่ยาเสพติดผิดกฎหมาย ที่รู้จักกันดี เช่น ยาบ้า ไอซ์ กัญชา และสารระเหย เป็นต้น ยาที่ใช้รักษาโรค หากนำมาใช้ผิดวิธี ใช้ในทางที่ผิดก็ส่งผลร้ายไม่ต่างกับยาเสพติดเช่นกัน ทั้งในกลุ่มยาแก้ไอ แก้แพ้ และแก้ปวด

**โทษและพิษภัยยาเสพติด**

       ต่อตนเอง ยาเสพติดส่งผลร้ายทำลายร่างกายระบบต่างๆ ทำให้ประสาทหลอน ความจำเสื่อม หลอดลมอักเสบ หัวใจวาย โลหิตจาง มะเร็งในเม็ดเลือด ปอดอักเสบหรือมะเร็งปอด ไตอักเสบ มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ปวดท้องรุนแรง ความต้องการทางเพศลดลง หรืออาจเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ ฯลฯ และนอกจากจะส่งผลต่อร่างกายแล้วยังส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์อีกด้วย ทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว หงุดหงิดง่าย ขาดการใช้เหตุผล ฯลฯ การนึกสนุกทดลองใช้ยาเสพติดจะส่งผลต่อสมองโดยไม่รู้ตัว และหากมีปัญหาในชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใช้ยาเสพติด เพราะปัญหาจะยิ่งถลำลึกและมีปัญหาอื่นๆ ตามมาได้

       ต่อครอบครัว นอกจากผลร้ายที่เกิดขึ้นจากตัวผู้เสพเอง ยาเสพติดยังส่งผลต่อครอบครัวผู้เสพ ทำให้ต้องเสียเงินทองทรัพย์สินไปกับยาเสพติดโดยไม่จำเป็น เสียค่าใช้จ่ายเพื่อมาดูแลอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจาก ยาเสพติด ทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียง เกิดความไม่เข้าใจกัน ทำให้ครอบครัวแตกแยกได้ 

        ต่อชุมชน ด้วยภาวะการติดยาเสพติดทำให้ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง หากผู้เสพผู้ติดไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่องก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาการลักขโมย ความไม่ปลอดภัยต่อทรัพย์สินในชุมชน และเมื่อฤทธิ์ยาส่งผลทำให้เกิดอาการทางจิตและประสาท ก็อาจส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยในร่างกายและชีวิตของคนในชุมชนได้ ดังนั้น จากผู้เสพผู้ติดเพียงแค่ 1 คน ก็อาจส่งผลต่อชุมชนได้ หากชุมชนนั้นขาดการเฝ้าระวังและป้องกันภัยยาเสพติดที่ดีพอ


ตัวยาที่ควรระวัง ยาเสพติดมีมากมายกว่าร้อยชนิด แต่ยาเสพติดที่ควรระวังที่สำคัญ มีดังนี้ 

- ยาบ้า ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ระยะแรกทำให้ร่างกายตื่นตัว ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยา จะรู้สึกอ่อนเพลียทำให้การตัดสินใจช้าและผิดพลาด ถ้าใช้ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องจะทำให้สมองเสื่อม เกิดอาการประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง เสียสติ เป็นบ้า อาจทำร้ายตนเองและผู้อื่นได้ 

- ไอซ์ ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทอย่างรุนแรงทำให้หงุดหงิด กระวนกระวาย อารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว หวาดระแวง เพ้อ คลั่ง กลัวคนทำร้าย ริมฝีปากแห้ง ร่างกายทรุดโทรม ใบหน้าแก่กว่าวัย เป็นโรคในช่องปาก ฟันผุ ฟันดำ และมีบาดแผลตามใบหน้าและร่างกายเนื่องจากผิวแห้งเสีย ไม่ได้ทำให้ผอม ขาว สวยแต่อย่างใด 

- กัญชา เบื้องต้นมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะตลอดเวลา ต่อมาจะกดประสาททำให้เซื่องซึม หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตัวเองไม่ได้

- สารระเหย ออกฤทธิ์กดระบบประสาท พบในกาว แลคเกอร์ ทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน ยาล้างเล็บ น้ำมันผสมสี น้ำมันก๊าด สีกระป๋องสำหรับพ่น โทษเฉียบพลันหลังสูดดม อาจหมดสติหรือกดศูนย์การหายใจ ทำให้ตายได้ และหากสูดดมติดต่อเป็นเวลานาน ทำให้เสื่อมสมรรถภาพ พูดไม่ชัด มือสั่น แขนขาสั่น เดินไม่ตรงทาง สมองเสื่อม

 

**ชุมชนปลอดภัย เริ่มต้นจากพลังในชุมชน**

พลังชุมชน คือ พลังสำคัญที่จะหยุดยั้งปัญหายาเสพติด ซึ่งต้องเริ่มต้นด้วยความเชื่อมั่น 4 ประการ ดังนี้

1) ปัญหายาเสพติดไม่สามารถแก้ด้วยการปราบปรามอย่างเดียว ต้องควบคู่ทั้งการป้องกัน เฝ้าระวัง บำบัดรักษา

2) เมื่อต้องแก้ปัญหาหลายด้าน จึงไม่มีใครสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้โดยลำพังทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน

3) ไม่มีใครรู้จักปัญหาได้ดีเท่ากับคนในหมู่บ้าน/ชุมชนเอง

4) ไม่ต้องรอให้ใครมาเริ่ม หมู่บ้าน/ชุมชนต้องเริ่มด้วยตนเองก่อน

วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564

ยาเสพติดธุรกิจมืด...ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

       การแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างรวดเร็วในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงหลายปีมานี้มีอาการส่อแสดงออกชัดเจนจนน่าเป็นห่วงยิ่ง จนเวลานี้สามารถบอกว่าไม่มี หมู่บ้านปลอดยาเสพติดเหลืออยู่แล้ว แถมครอบครัวไหนไม่มีคนติดยาเสพติดเลยจะถูกจับตามองว่า เป็นสิ่งแปลกปลอมของชุมชนไปแล้ว จริงอยู่ภาคใต้ไม่มีการตั้งโรงงานยาเสพติดตามแนวตะเข็บชายแดนหรือในพื้นที่ เพียงแต่ที่ผ่านๆ มาได้ทำหน้าที่เป็นประตูส่งผ่านไปยังประเทศมาเลเซีย หรือต่อเนื่องไปยังประเทศในทวีปอื่นๆ ทั่วโลก ดังนั้นแผ่นดินจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงทำได้แค่เพียงเป็น สถานที่พักยาก็ว่าได้

       ถ้าติดตามข่าวคราวการจับกุมยาเสพติดได้ระดับบิ๊กล็อต ไม่ว่าจะหลักแสนหรือล้านเม็ด ไม่ว่าจะจับได้ที่ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ หรือกระทั่งในภาคใต้เอง ผู้ต้องหาที่ถูกรวบตัวได้มักจะให้การที่คล้ายๆ กันคือ รับจ้างส่งยาเสพติดไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะนำไปส่งให้ถึงมือผู้รับที่ จ.นราธิวาส หรือ จ.ปัตตานีเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นที่น่าสังเกตว่าคนใต้ที่เข้าร่วมขบวนการค้ายาเสพติดมากที่สุดคือ มุสลิมชายแดนใต้และถ้าตรวจสอบให้ลึกไปกว่านั้นอีกจะพบว่า มีทั้งที่เป็นนายทุน ผู้รับจ้างขน ผู้ค้าปลีก เด็กเดินยา ขณะเดียวกันผู้ติดยาก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ และที่สำคัญผู้ที่อยู่ในขบวนการเหล่านี้มักจะเป็น ผู้มีฐานะทั้งที่ไม่เคยมีเทือกสวนไร่นา หรือดูจากภาพนอกแล้วไม่น่าจะมีอาชีพที่มั่นคงใดๆ เลย

       อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตต่อแก้ปัญหายาเสพติดของทางการไทยบางประการ กล่าวคือ มาเลเซียที่ถูกจัดว่าเป็นทางผ่านยาเสพติดที่ถูกส่งไปจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่ทำไมแทบไม่เคยปรากฏเป็นข่าวให้เห็นว่า ทางการมาเลเซียมีการจับกุมยาเสพติดได้ล็อตใหญ่หรือผู้ค้ารายใหญ่ ทั้งที่นายทุนใหญ่ส่วนหนึ่งก็เป็นคนมาเลย์เชื้อสายจีน และที่ต้องตั้งข้อสังเกตอย่างเป็นพิเศษไว้ด้วยคือ ทั้งนายทุนและผู้ค้ายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้หลังถูกออกหมายจับ พวกเขาจะหลบหนีไปฝั่งตัวอยู่ในมาเลเซียเกือบทั้งสิ้น