วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ป่าฮาลาบาลา "อเมซอนแห่งเอเซีย

        "ป่าฮาลาบาลา" ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผืนป่าฮาลาบาลา หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา – บาลา เป็นผืนป่าที่ประกอบด้วย 2 ผืนป่าคือ “ป่าฮาลา” ครอบคลุมพื้นที่ อ.บันนังสตา อ.ธารโต อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และ “ป่าบาลา” ที่ครอบคลุมพื้นที่ อ.แว้ง และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส จากคำบอกกล่าวของชาวบ้านในพื้นที่ ว่า หากเราเดินทางเข้าผืนป่าแห่งนี้ทาง อ.เบตง ก็จะเรียกว่า “ป่าฮาลาบาลา” แต่ถ้าเราเดินทางเข้าจากฝั่ง อ.แว้ง หรือ อ.สุคิริน ก็จะเรียกว่า “ป่าบาลาฮาลา” แต่ทั้งสองชื่อก็คือสถานที่เดียวกัน



         “ป่าฮาลาบาลา” มีเนื้อที่ประมาณ 270,725 ไร่ ถือได้ว่าเป็นผืนป่าดิบชื้นที่กว้างขวางและใหญ่ที่สุดของคาบสมุทรมลายู จนได้ฉายาว่าเป็น "อเมซอนแห่งเอเซีย"  ด้วยความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย มีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่สำคัญหลายชนิดอาศัยอยู่อย่างชุกชุม โดยสัตว์ที่พบเห็นมากได้แก่ ช้าง กระทิง หมูป่า เลียงผา เป็นต้น อีกทั้งยังมีสัตว์ป่าหายากอย่าง สมเสร็จ กระซู่ ชะนีเซียมัง หรือ ชะนีดำใหญ่ ซึ่งเป็นชะนีชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่สำคัญป่าแห่งนี้ยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของ “นกเงือก”เป็นนกหายากชนิดหนึ่ง แต่ในป่านี้พบถึง 9 ใน 12 ชนิดของนกเงือกที่พบในไทย



         ไฮไลท์หลักๆ สำหรับการท่องเที่ยวในป่าฮาลาบาลานั้น อยู่ที่การล่องเรือกินลม ชมวิว ความสวยงามของชมทะเลสาบ ผ่านอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง และดูกระทิง ที่ลงมากินหญ้ากินน้ำในช่วงเช้า อีกจุดหลักที่ไม่ควรพลาด คือเกาะทวด เกาะน้ำจืดขนาดเล็กที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบฮาลาบาลา บนเกาะจะเป็นที่ประดิษฐานหลวงปู่ทวด โดยมีการอัญเชิญมาในช่วงสร้างเขื่อนบางลาง เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ มักมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงค์โปร์​ มาไหว้ขอพร บางทีเราสามารถเห็นชาวชนโอรัง-อัสรี ที่อาศัยอยู่ในผืนป่าแห่ง ออกมาให้การต้องรับนักท่องเที่ยวด้วย​ หลายคนมักเรียกชาวชนเผ่าอัสรี ว่า “ซาไก” ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ชาวอัสรี ไม่ต้องการให้ใครเรียกเขาแบบนั้น เนื่องจากคำว่าซาไก ทำให้คนอื่นมองพวกเขาว่าแปลกประหลาด แต่เขาก็ยังคงมีวิถีชีวิตในป่าตามแบบของเขา



         ที่นี่ยังมีที่ท่องเที่ยวสวยๆ อีกมากมายที่รอให้ทุกคนแวะเวียนไปสัมผัส ซึ่งฤดูกาลที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวที่นี่คือตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนกันยายน ซึ่งจะมีฝนตกลงมาไม่มากเกินไปนักนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาสัมผัสความงามของผืนป่าฮาลาบาลา“อเมซอนแห่งเอเซีย”สามารถติดต่อเรือได้ที่ท่าเรือตาพะเยา สันเขื่อนบางลาง และหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 7 ซึ่งจะมีทั้งเรือเล็ก และแพที่ชาวบ้านทำไว้เพื่อบริการนักท่องเที่ยว







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น