วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

"รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกัน”


          ตลอดมาประวัติศาสตร์อันยาวนานของสังคมไทย เยาวชนนักศึกษาเป็นดังพลังแห่งความหวังของสังคม ด้วยวัยที่มีความสดใส ความใฝ่ฝันและกล้าหาญที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามเพื่อสังคม เป็นเวลาย่างเข้าปีที่ 9 แล้วที่เกิดภาพความร่วมมือระหว่างเยาวชนนักศึกษาที่มีความแตกต่างกันอย่างยิ่ง ได้แก่ นักศึกษาที่จะถูกหล่อหลอมโดยสถาบันอันทรงเกียรติอย่าง โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้เป็นกำลังหลักในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ หรือที่รู้จักกันในนาม นักเรียนนายร้อย ที่ประกอบไปด้วยเยาวชนจากหลากหลายพื้นเพ ภูมิลำเนา และฐานะสังคม ส่วนนักศึกษาอีกกลุ่ม คือ ตัวแทนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ที่มุ่งหวังจะให้สังคมบ้านเกิดของตนได้กลับคืนมาซึ่งสันติสุข


      โครงการ รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกันเป็นโครงการที่รวมพลังแห่งความแตกต่าง หากเปี่ยมไปด้วยศรัทธาของคนวัยหนุ่มสาว โครงการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2551 จากความร่วมมือระหว่างกองทัพบกร่วมกับมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งประกอบด้วย นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าที่นับถือศาสนาพุทธ และนักเรียนและนิสิตนักศึกษามุสลิมจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้ทำความเข้าใจวิถีชีวิตของกันและกัน และทำให้มิตรภาพก่อตัวขึ้นอย่างเหนียวแน่น โดยกิจกรรมสร้างสรรค์มิตรภาพและความเข้าใจ จะแบ่งเป็นสองส่วน สองช่วงเวลา ในช่วงต้นของโครงการทางตัวแทนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาในสามพื้นที่จังหวัดชายแดนภายใต้ จะเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ รร.นายร้อย ซึ่งนอกเหนือจากการทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจแล้ว ยังมีการพูดคุยหารือ นัดหมายกันเกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงที่สองของโครงการ ซึ่งเป็นช่วงที่นักเรียนนายร้อย จะต้องลงมาเรียนรู้ในพื้นที่ ในลักษณะโครงการค่ายอาสาพัฒนาชนบทสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อที่นักเรียนนายร้อย จะได้ทำตามสัญญาใจที่ให้ไว้กับกัลยาณมิตรนักศึกษาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันพัฒนาชุมชนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมค่ายอาสา และเอาข้อมูลดีดีจากพื้นที่ไปเผยแพร่สู่สาธารณชนต่อไป


          นับจากรุ่นที่ 1 ในปี 2551 จวบจนถึงปัจจุบัน โครงการรู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกันดำเนินการต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 9 แล้วในปี 2560 โดยในปีนี้มีกิจกรรมขยายผล ได้แก่ โครงการค่ายอาสาพัฒนาชนบทสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  กิจกรรมศรีสาคร นครแห่งสันติ ที่เพิ่งผ่านพ้นมาในวันที่ 13-17 เมษายน 2560  โดยทางนักเรียนนายร้อยได้ลงพื้นที่ บ้านไอเจี๊ยะ ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เรียนรู้วิถีชุมชน พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำกิจกรรมร่วมกัน  เรียนรู้การปฏิบัติตนให้ถูกต้องในการอยู่ร่วมกันในสังคม จนนำมาซึ่งความถูกต้องและความสามัคคีในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง รวมทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของแกนนำนักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ ชมรมสานศานติ สหพันธุ์นักเรียน นักศึกษาเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ศูนย์สันติวิธี กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชมรมจิตอาสา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา และคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา


      การได้ลงมาสัมผัสพื้นที่จริงผ่านกิจกรรมค่ายอาสาในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ นร.นายร้อยและนักศึกษาในพื้นที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาต่างศาสนิก เพื่อให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน อีกทั้งปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตอาสาที่จะร่วมกันพัฒนาสาธารณประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ อาทิ การเทพื้นซีเมนต์และปูกระเบื้องให้กับมัสยิด การปรับปรุงห้องน้ำให้กับโรงเรียน รวมทั้งการปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้กับวัดในชุมชน


  “เราต้องการทำให้ทุกคนรู้ว่า เราสามารถทำความเข้าใจและเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ นอกจากการอาสาร่วมสร้าง แล้วยังเป็นการสร้างเพื่อน สร้างความสามัคคี สร้างน้ำใจและรอยยิ้ม ได้รู้จักเพื่อนต่างสถาบัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน และได้สร้างประโยชน์ให้กับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่นี่คือหนึ่งในเสียงสะท้อนจากนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 9



      โครงการ รู้รักสามัคคี เพราะเราคือพี่น้องกันจึงนับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สนองนโยบาย กองอำนวยการเพื่อความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนผ่านกิจกรรมต่างๆ เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีความเข้าใจกับภาครัฐมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการปูพื้นฐานให้กับนักเรียนนายร้อยได้ลงมาสัมผัสกับพื้นที่จริง เพื่อเรียนรู้และนำไปต่อยอดในการลงมาปฏิบัติหน้าที่จริง เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากสำเร็จการศึกษาต่อไป ความเป็นกัลยามิตรที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียนนายร้อยกับนักศึกษาในพื้นที่และจะยังคงอยู่ต่อไปในอนาคต ย่อมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันได้มากกว่า การเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกับประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น