วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560

มารู้จัก ความหมาย “ชั่งหัวมัน” โครงการตามพระราชดำริ

     
    “ชั่งหัวมันนับเป็นโครงการตามพระราชดำริโครงการหนึ่งซึ่งชื่อโครงการสามารถดึงดูดความสนใจแก่คนทั่วไปได้ดี เพราะคำพ้องเสียงระว่างคำว่า ชั่งหัวมันและ ช่างหัวมันทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความสงสัยว่า ชั่งหัวมันคืออะไร
          นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง เคยเล่าถึงที่มาของโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเจ้าหน้าที่โครงการฯ ได้ทำเป็นแผ่นผ้าใบและนำมาติดไว้เพื่อให้ผู้ที่เข้าชมภายในโครงการได้ทราบถึงประวัติโดยสังเขปของโครงการนี้ว่า
          “ครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับที่วังไกลกังวล ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ ทรงมีพระประสงค์ให้มันเทศที่ชาวบ้านนำมาถวายวางไว้บนตาชั่งแบบโบราณ และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินมายังวังไกลกังวลอีกครั้ง จึงพบว่ามันเทศที่วางไว้บนตาชั่งมีใบงอกออกมา พระองค์ทรงรับสั่งให้นำหัวมันต้นนั้นไปแยกกระถางปลูกไว้ในวังไกลกังวลแล้วทรงมีพระราชดำรัสให้หาพื้นที่ทดลองปลูกมันเทศ


โครงการตามพระราชดำริ ชั่งหัวมันตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านหนองคอไก่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินบริเวณนี้จากราษฎร เมื่อปี 2551 จำนวน 130 ไร่ ต่อมาในปี 2552 ทรงซื้อเพิ่มอีก 120 ไร่ รวมเนื้อที่ในโครงการจำนวน 250 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ซึ่งเคยแห้งแล้งให้กลายเป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจนานาชนิดและเพื่อเป็นแนวทางการทำการเกษตรโดยยึดเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ
          นายชนินทร์ ทิพย์โภชนา ผู้จัดการโครงการชั่งหัวมันฯ เปิดเผยถึงสภาพพื้นที่ในอดีตของโครงการฯ ภายในงานสื่อมวลชนสัญจร กปร.กับงานของในหลวงซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นแห้งแล้ง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ชาวบ้านจึงปลูกต้นยูคาลิปตัส ซึ่งทำให้สภาพพื้นดินยิ่งเสื่อมโทรม นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ปลูกมะนาวแป้น แต่เนื่องจากไม่น้ำจึงทำให้ได้ผลผลิตน้อย เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวบ้านจึงอยากขายที่ดิน แต่ขายไม่ได้เนื่องจากเป็นพื้นที่รกร้างและไม่สามารถทำประโยชน์ได้
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับโครงการชั่งหัวมัน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2552 ความตอนหนึ่งว่า คนที่ไปดูก็เห็นได้ว่า เริ่มต้นด้วยไม่มีอะไรเลย แต่ว่าต่อมาภายในวันเดียว ทุกคนที่อยู่ในท้องที่นั่นก็เข้าใจว่าต้องช่วยกัน และยิ่งในสมัยนี้ ในระยะนี้ เราต้องร่วมมือกันทำ เพราะว่าถ้าไม่มีการร่วมมือกันก็ไม่ก้าวหน้า ไม่มีความก้าวหน้า ฉะนั้นการที่ท่านได้ทำแล้วมีความก้าวหน้านี้เป็นสิ่งที่ดีมาก หลักการก็อยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกันเสียสละ เพื่อให้กิจการในท้องที่ก้าวหน้าไปด้วยดี ก้าวหน้าได้อย่างไรก็ด้วยการช่วยเหลือกัน แต่ก่อนนั้นเคยเห็นว่ากิจการที่ทำมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งทำแล้วก็ทำให้ก้าวหน้า แต่อันนี้มันไม่ใช่กลุ่มหนึ่ง มันทั้งหมดร่วมกันทำ และก็มีความก้าวหน้าแน่นอน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์และเป็นสิ่งที่ทำให้มีความหวัง มีความหวังว่าประเทศชาติจะก้าวหน้า ประเทศชาติจะมีความสำเร็จ…” จากพระราชดำรัสที่ทรงพระราชทานนี้เอง ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ภายในโครงการ หน่วยงานต่างๆ จำนวน 11 หน่วยงาน ได้แก่ ทางหลวงชนบทจังหวัดเพชรบุรี หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 13 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กองพันบริการ กองบริการ ศูนย์การทหาราบ กระทรวงมหาดไทย และชาวเพชรบุรีได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาและพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ได้ภายในระยะเวลาไม่นานนัก ผู้จัดการโครงการชั่งหัวมันฯ ย้อนอดีตโดยการเล่าถึงการเสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่โครงการให้ฟังว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาชมพื้นที่โครงการจำนวน 3 ครั้ง ซึ่งการเสด็จฯ แต่ละครั้งเป็นการเสด็จฯ ส่วนพระองค์ เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการส่วนพระองค์ และจะทรงพระสำราญพระอิริยาบถและพระราชหฤทัยทุกครั้ง ซึ่งพระองค์ได้เสด็จฯ มาทรงเปิดโครงการในวันที่ 1 สิงหาคม 2552 ในครั้งนั้นทรงขับรถจิ๊บด้วยพระองค์เอง โดยมีคุณทองแดงนั่งด้านหน้า ส่วนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมุหราชองครักษ์นั่งด้านหลัง แม้ทุกวันนี้พระองค์จะมิได้เสด็จฯ มา แต่ทรงมีรับสั่งเกี่ยวกับโครงการอย่างต่อเนื่อง ทรงแนะนำพันธุ์พืชที่ควรจะปลูกและทรงติดตามความคืบหน้าโครงการมาโดยตลอด


          “ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เราพัฒนาขึ้นเยอะมากๆ จากป่ายูคารกร้าง สามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทางการเกษตรและทำให้ทันสมัยมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทานและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และชาวบ้านเองก็รู้สึกภาคภูมิใจที่มีโครงการในลักษณะนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ของพวกเขา ซึ่งทุกวันพฤหัสบดีชาวบ้านจะเข้ามาช่วยกันทำงานผลัดเปลี่ยนไปทุกหมู่บ้านโดยไม่ได้รับค่าแรง แสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในการทำเพื่อถวายพระองค์ท่านนายชนินทร์ ทิพย์โภชนา กล่าว
ภายในโครงการชั่งหัวมันฯ ไม่ได้มีการปลูกมันสำปะหลังอย่างเดียว แต่ยังปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ พริก มะเขือเทศ มะเขือเปราะ ผักบุ้ง กะเพราะ โหระพา มะนาวแป้น และผักชี ส่วนผลไม้ที่ปลูกนั้นเป็นพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสภาพภูมิอากาศ อาทิ สับปะรดปัตตาเวีย แก้วมังกร มะละกอแขกดำ มะพร้าวน้ำหอม ชมพู่เพชรสายรุ่ง กล้วยน้ำว้า และสับปะรดเพชรบุรี สำหรับพืชเศรษฐกิจนั้น เป็นพืชที่อยู่ในความต้องการของตลาด สามารถจำหน่ายได้ราคาสูง อาทิ อ้อยโรงงาน มันเทศญี่ปุ่น มันปีนัง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวเหนียวพันธุ์ซิวแม่จัน ข้าวเจ้าพันธุ์ลีซอ ยางพารา ยางนา เป็นต้น
สิ้นค้าการเกษตรจากโรงการชั่งหัวมันฯ ส่วนหนึ่งจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหัว อีกส่วนหนึ่งจะส่งไปจำหน่ายที่ร้าน โกลเด้นเพลซซึ่งดำเนินการโดยบริษัทสุรรณชาติในพระบรมราชูถัมภ์ จำกัด ร้านโกลเด้นเพลซจึงเป็นซูเปอร์มาเก็ตที่ยึดนโยบายพระราชทาน เศรษฐกิจพอเพียงขายของคุณภาพดี ราคาไม่แพง เป็นศูนย์รวมสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ สินค้าเกษตรแปรรูป จากโครงการหลวงและชุมชนทั่วประเทศ ผู้จัดการโครงการคนเดิมกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
           “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดมะเขือหยกภูพาน ซึ่งเราจะส่งไปถวายทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีข้าวสารที่ปลูกในโครงการที่ได้ได้ส่งไปถวายพระองค์ท่านด้วย สำหรับการขายสินค้า บางคนอาจเข้าใจผิดว่าเราไปแย่งตลาดของชาวบ้าน แต่ความจริงแล้วเรามีตลาดของเราเองคือ ร้านโกลเด้นเพลซ ดังนั้นจึงไม่มีการแย่งตลาดกับชาวบ้าน แต่ชาวบ้านสามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการเพิ่มผลผลิตและศึกษาพืชเศรษฐกิจที่เขาสามารถนำไปปลูกจากเราได้ สำหรับการดำเนินงานต่อไปจะมีการจัดตั้งศูนย์กลางการเรียนรู้เฉพาะถิ่นสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชบายมาแล้ว โดยเราจะดำเนินตามพระราชประสงค์ต่อไป และหวังว่าศูนย์การเรียนรู้นี้จะเป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่งที่สามารถสร้างความรู้ให้ชาวบ้านนำกลับไปปฏิบัติเพื่อความอยู่ดีมีสุขได้นายชนินทร์ ทิพย์โภชนา ผู้จัดการโครงการชั่งหัวมันฯ กล่าวในตอนท้าย
เนื่องจากบริเวณพื้นที่โครงมีลมแรง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำรัสให้นำพลังงานลมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อโครงการชั่งหัวมันฯ และได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ศูนย์วิจัยพลังงามลมน้ำและแสงอาทิตย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ดำเนินการออกแบบและติดตั้ง จำนวน 10 ตัว โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีน้อมเกล้าฯ ถวายอีก 1 ตัว ต่อมามีการติดตั้งเพิ่มอีก 9 ตัว ขณะนี้จึงมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าจำนวน 20 ตัว
ต่อมามีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ โดยพลังงานสะอาดเหล่านี้ ไม่ได้ใช้หมุนเวียนในไร่ แต่ใช้วิธีการนับว่าผลิตได้เท่าไรแล้วนำไปหักลบกับพลังงานที่ใช้ทุกเดือนภายในโครงการฯ ซึ่งพลังงานที่เหลือจะนำไปขายให้แก่การไฟฟ้าฯ
นอกจากนี้มีการร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงาน กปร. กรมชลประทาน และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ใน โครงการศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพระบบจัดหาน้ำเพิ่มเติมให้อ่างเก็บน้ำหนองเสือ โดยระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและระบบสูบน้ำด้วยพลังงานทดแทน (ระบบผันน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยผาก-อ่างเก็บน้ำบ้านหนองเสือ)ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง เพื่อนำน้ำไปใช้ภายในโครงการชั่งหัวมันฯ
          โครงการดังกล่าวเป็นการออกแบบและติดตั้งระบบสูบน้ำ โดยสูบน้ำจากแหล่งต้นน้ำเพื่อกักเก็บ ไว้ที่ถังพักน้ำชุดที่ 1 ด้วยระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนประเภทพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีพลังงานลมเป็นแหล่งพลังงานเสริมตามความเหมาะสมกับสภาพทางภูมิศาสตร์
จากนั้นจะสูบน้ำโดยระบบทั้งสองอีกครั้งขึ้นไปยังถังพักน้ำบนยอดเขา (ใช้การสูบต่อแบบอนุกรม) โดยให้มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันระหว่างปริมาณน้ำที่ส่งขึ้นถังพักน้ำ และปริมาณน้ำจากถังพักน้ำไปยังแหล่งรับน้ำ (อ่างเก็บน้ำบ้านหนองเสือ) มีอัตราการสูบน้ำ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงสำหรับการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า และมีอัตราการสูบน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงสำหรับการสูบน้ำด้วยพลังงานทดแทน หรือวันละ 960 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยมีระบบควบคุมและแสดงผลระบบทางไกลผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม โดยจะเริ่มทดสอบระบบในวันที่ 15 กันยายนนี้
หลังจากการติดตั้งและเดินระบบเสร็จแล้ว จะมีการวิเคราะห์ศักยภาพทั้งระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า และระบบสูบน้ำด้วยพลังงานทดแทน เพื่อหาความเหมาะสมของระบบโดยรวม รวมทั้งจัดทำวิธีการบริหารจัดการน้ำผ่านระบบตรวจวัดและควบคุมทางไกลผ่านเครือข่าวโทรคมนาคม เพื่อจัดทำเป็นโครงการต้นแบบด้านการชลประทานต่อไปในอนาคต
จากการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนส่งผลให้วันนี้ โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลายเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรด้านวิถีพอเพียงแห่งใหม่สำหรับชาวเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ


          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น ครูแห่งแผ่นดินในการทรงเป็นต้นแบบที่ทรงแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่นในการพลิกฟื้นแผ่นดินที่เคยแห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทรงแสดงให้เห็นว่า แม้แต่แผ่นดินที่เสื่อมโทรมก็สามารถอุดมสมบูรณ์ขึ้นได้หากคนชาติมีความร่วมใจในการพัฒนาไปด้วยกัน และที่สำคัญคือ ตัวอย่างความสำเร็จเหล่านี้ จะเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรโดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติเพื่อความอยู่ดีมีสุขของตนเองและครอบครัวสืบไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น