วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

โครงการ’ครูอาสาปอเนาะ’ชายแดนใต้ บรรลุเป้าหมาย สอนสายสามัญควบคู่’ศาสนา’

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ปรับแนวทางนโยบายการแก้ไขและพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้สถาบันการศึกษาปอเนาะ จากที่ปกติมีการเรียนการสอนด้านศาสนาอิสลามเพียงอย่างเดียว แต่ที่ผ่านมามีการจัดให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้อาสา เข้ามาทำหน้าที่เป็นครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนประจำสถาบันศึกษาปอเนาะ หรือเรียกว่า ครูอาสาปอเนาะ
ครูอาสาปอเนาะจะถูกส่งไปสอนตามสถาบันการศึกษาปอเนาะที่แจ้งความจำนงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นครูสายสามัญไปช่วยสอนควบคู่กับการเรียนด้านศาสนาอิสลาม หลังดำเนินโครงการจนปัจจุบัน ผู้ปกครองต่างให้การยอมรับ จนมีสถาบันปอเนาะต่างยืนความจำนงขอเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก เล็งเห็นว่า การจัดแผนการเรียนการสอนสายสามัญให้กับนักเรียนปอเนาะต่างๆ มีความสำคัญ สามารถนำวุฒิการศึกษารับรองการจบหลักสูตรการศึกษาชั้น ม.ปลาย หรือวุฒิบัตรผ่านการฝึกด้านอาชีพ ไปสมัครเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการใช้สมัครงานเป็นครูตามโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามต่างๆ ปัจจุบันจะคัดเลือกผู้มีวุฒิการศึกษาสายสามัญ ควบคู่ใบรับรองจบด้านศาสนาแทบทั้งสิ้น
นายอิบรอแหม มะนิน นักเรียนปอเนาะ กล่าวว่า การเรียนเสริมวิชาสายสามัญต่างๆ โดยเฉพาะภาษาไทยนั้นสามารถนำไปสื่อสารระหว่างเพื่อนๆ และคนภายนอกโรงเรียน รวมถึงการนำความรู้ไปช่วยปรับปรุงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน ช่วยให้มีพัฒนาการก้าวทันกับโลกปัจจุบัน เมื่อก่อนจะได้เรียนเพียงด้านศาสนาอิสลามอย่างเดียว พอมีการส่งเสริมการเรียนสายสามัญควบคู่กัน ทำให้มีความรู้และอยู่ในสังคมส่วนรวมได้ดี
นางฮามีด๊ะ สูโรโรจน์ ครูอาสาปอเนาะ สังกัด กศน.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า จากการสังเกตนักเรียนในวิชาศาสนานั้น ทุกคนจะมีความมุ่งมั่นตั้งใจจดจ่ออยู่กับการฟัง การท่องจำ เพื่อให้รู้และทราบถึงหลักด้านศาสนาอย่างถ่องแท้ แต่เมื่อถึงวิชาเรียนสายสามัญ เด็กๆ จะมีบุคลิกอีกอย่างตามวัย เหมือนได้ผ่อนคลาย สนุกสนานกับการได้แสดงออกในรูปแบบการทำงานกลุ่มและการออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยเฉพาะการแสดงความคิด หรือการออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นแบบกลุ่ม
“จะเห็นว่าทุกคนก็มีความตั้งใจและสนุกสนานไปกับการได้แสดงความสามารถ ตรงนี้ทุกคนทำได้ดี สามารถแยกระหว่างการวางตัวในวิชาด้านศาสนากับวิชาสายสามัญ การเรียนในสถาบันปอเนาะและเลือกเรียนกับ กศน.จึงมีความสำคัญ จะทำให้นักเรียนมีประสบการณ์ทั้ง 2 สาย ในระบบเหมือนกัน อีกทั้ง กศน.ยังมีกิจกรรมต่างๆ ไว้ส่งเสริม เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้กับเด็กๆ นำเอาความรู้จากตรงนี้ไปใช้ในชีวิตและชุมชนที่ตนเองอาศัย
นางอำพร พรหมสุข ครูอาสาปอเนาะ สังกัด กศน.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่า การอาสาเข้าร่วมโครงการครูอาสาปอเนาะในช่วงแรกมีความกังวลใจมาก เพราะนับถือศาสนาพุทธ เกรงว่าจะทำไม่ได้ แต่พอได้ทดลองกลับมีบาปอและมามา เจ้าของสถาบันปอเนาะแห่งนี้ รวมถึงเด็กนักเรียนให้ความร่วมมือและให้การต้อนรับด้วยอัธยาศัยที่ดี มีความเป็นกันเอง ถึงแม้นักเรียนในตอนแรกจะใช้เพียงภาษาท้องถิ่นสื่อสารกัน หลายคนไม่ยอมใช้ภาษาไทย แต่พอได้สัมผัสแล้วเน้นสอนเด็กๆ ให้เข้าใจ ความพยายามใช้ภาษาไทยสื่อสาร เพื่อเป็นการฝึกพูดภาษาไทยไว้ใช้ในยามไปติดต่อสถานที่ราชการ เด็กๆ ทุกคนก็มีความพยายาม จนสามารถพูดคุยภาษาไทยได้ชัดเจนมากขึ้น
“ตรงนี้ยังมีมุมความประทับใจและสนุกสนานปะปนอยู่ด้วย เด็กนักเรียนมักจะมีคำมาแลกเปลี่ยนกันสอนพูดให้ครูสามารถรู้เข้าใจภาษายาวีที่ใช้พูดคุยในชีวิตประจำวัน เช่น “อัสสะลามมุอะลัยกุม” คือ สวัสดี ตรงนี้ก็ต้องขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการที่จัดโครงการครูอาสาปอเนาะ เพื่อให้นักเรียนในสถาบันปอเนาะที่ขาดโอกาส หรือพลาดโอกาสได้เรียนในสายสามัญ” นางอำพร กล่าว
นายดลหะ สิบู ผู้บริหารสถาบันปอเนาะศอลาฮุดดีน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กล่าวว่าขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการส่งครู กศน.มาช่วยสอน เด็กๆ เมื่อจบไปแล้วจะได้มีวุฒิการศึกษาใช้สมัครงานหรือศึกษาต่อได้ เด็กนักเรียนเองก็จะมีพัฒนาการที่ดีหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการเรียนทั้งศาสนาและสายสามัญควบคู่กัน ยังช่วยให้มีความเป็นอยู่ในสังคมที่มีความถูกต้อง ไม่มีความขัดแย้ง การเรียนควบคู่ทั้งด้านศาสนาอิสลามกับสายสามัญนั้น ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับบรรดาผู้ปกครอง ทุกคนก็บอกว่าดี อยากให้มีการเรียนการสอนอย่างนี้มานานแล้ว
“สมัยนี้ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ทั้งการเป็นโต๊ะอิหม่าม คอเต็บ หรือครูสอนตามโรงเรียนสอนศาสนา ต่างก็ตามถึงวุฒิการศึกษาสายสามัญด้วยแทบทั้งนั้น จึงเป็นทางออกที่เดินไปด้วยกันได้ดี แบบไม่มีความขัดแย้งใดๆ แต่ก็อยากให้มีการเพิ่มด้านการฝึกอาชีพ ให้มีความหลากหลายวิชาให้เลือกได้มากขึ้น เพราะจะช่วยให้เด็กนักเรียนมีความรู้มากขึ้น โดยแต่ละรุ่นนักเรียนจะมีความต้องการหลากหลายสาขามากขึ้นด้วย” นายดลหะ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น